Slider[Style1]

Style2

Style3[OneLeft]

Style3[OneRight]

Style4

Style5[ImagesOnly]

Style6

โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – เอกสารและรายงาน

ในบทความนี้ผมได้อัพโหลดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำ โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) ได้ตามนี้ครับ เพื่อให้ผู้สนใจดาวน์โหลดไปศึกษากัน
**ผมได้เปลี่ยนมาใช้ Google Docs แทน ScribD นะครับ สาเหตุก็เพราะ Scribd มีปัญหาในการรองรับภาษาไทยครับ

โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – เอกสารและรายงาน

>> ใบเสนอโครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ แก้ไขครั้งที่ 2 <<

>>รายงานประกอบโครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ (ฉบับส่งจริง)<<

โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงงานครับ
- ภาพไข่ไก่ที่ถ่ายได้จากกล้องเว้บแคม ภาพทางด้านล่างเป็นภาพที่ผมถ่ายออกมาในลักษณะต่างๆครับ และผลสรุปคือ ตั้งค่ากล้องให้มี Focus ที่ชัดที่สุด และควรปรับภาพให้เป็นขาวดำ(จะทำหรือไม่ก็ได้นะครับ) และที่สำคัญคือ พื้นควรเป็นสีดำครับ

ภาพไข่ที่ถ่ายบนกล่องกระดาษสีขาว ผลคือ โปรแกรมคำนวณผิดบ่อยๆ
โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติมโครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม 

เปลี่ยนมาปรับกล้องใก้เป็นขาวดำ และพื้นหลังเป้นสีดำ ใช้แสงภายนอกให้มากขึ้น ผลคือ โปรแกรมคำนวณได้ดีเฉพาะกลางคืน พอโดนแสงแดดเข้าไป เพี้ยนเลยครับ
โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติมโครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม 

เปลี่ยนเป็นกล่องแบบเปิดแต่มีการปิดบังแสงบางส่วน ตอนแรกกะจะใส่ LED แต่คงไม่ทันแล้วหละครับ เพราะจะส่งอีกวันแล้ว ผลคือ โปรแกรมคำนวณได้ดีที่สุด แต่ต้องจัดแสงให้โดนไข่ดีๆหน่อย ถ้าแสงมากเกินไปหรือมืดเกินไป โปรแกรมจะคำนวณพลาดได้

โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติมโครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม 

ขั้นตอนการประมวลผลของโปรแกรม(เพิ่มเติมจากรายงาน)
1. โปรแกรมถ่ายภาพและเก็บภาพเอาไว้ ในตัวอย่างเป็นภาพสี
โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม
2.โปรแกรมทำการเปลี่ยนภาพสีให้เป้นภาพ Gray Scale โดยใช้ค่าในระดับสูง
โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม
3.โปรแกรมทำการเปลี่ยนให้เป้นภาพ Gray Scale โดยใช้ค่าในระดับที่ต่ำลง เพื่อให้เห็นความแตกต่างระหว่างสีมากขึ้น ซึ่งค่าที่ใช้ในขั้นตอนนี้จะส่งผลถึงขั้นตอนต่อไปด้วย
โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม
4. โปรแกรมทำการเปลี่ยนให้เป้นภาพ Black & White ซึ่งมีสีเพียงสองระดับคือ ขาว และดำ เท่านั้น
โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม
5. โปรแกรมจะคำนวณจากสีขาว โดยในการคำนวณหาพื้นที่ด้วยสุตรคำนวณทางคณิตศาสตร์ เมื่อได้ขนาดแล้ว
และทำการเปรียบเทียบค่าที่ได้ว่าอยู่ในขอบเขตของไข่ไก่เบอร์ใดบ้าง จากนั้นจึงแสดงผลออกมา
โครงงานระบบจำลองการคัดแยกขนาดวัตถุ(ไข่ไก่) – ข้อมูลเพิ่มเติม

Propellor Clock V2 : คู่มือการใช้งาน

image

หลังจากทำงานจนเสร็จผมก้ต้องทำคู่มือการใช้งานส่งด้วย ซึ่งตอนนี้ทั้งโครงงานและคู่มือก็โดน อ.ยึดเอาไปเป็นที่เรียบร้อย 55
เอกสารคู่มือการใช้งานเป็นรายละเอียดต่างๆของโครงงานทั้งหมด เช่น วงจร การสร้างแบบ Step by Step ปัญหา การแก้ไข และอีกมา รวมอยู่ในคู่มือเรียบร้อยแล้วครับ ผู้สนใจก็เชิญโหลดได้ตามสบายครับ
1. คู่มือโครงงาน PropellorClock V2 – ปก
2. คู่มือโครงงาน PropellorClock V2 – ข้อมูลจริง Propellor Clock
3. คู่มือโครงงาน PropellorClock V2 – ข้อมูลจริง Propellor Clock 2
4. คู่มือโครงงาน PropellorClock V2 – แหล่งข่อมูลจริงจากเว็บต่างประเทศ
5. คู่มือโครงงาน PropellorClock V2 – เนื้อหา
6. คู่มือโครงงาน PropellorClock V2 – วงจรแหล่งจ่ายไฟหลัก
7. คู่มือโครงงาน PropellorClock V2 – บรรณานุกรม

Propellor Clock V2 : ข้อมูลอ้างอิงต่างๆ

image

ผมได้รวบรวมไฟล์เอกสารและไฟล์เว็บต่างๆที่ผม save มา รวมไว้เป้นไฟล์เดียวเรียบร้อยแล้วครับ ข้อมูลทั้งหมดผมเป้นคนคัดเลือกเอง เพราะฉะนั้นมีประโยชน์แก่คนที่สนใจแน่นอน


ไฟล์เอกสารแบบเสนอ+คู่มือ+ภาพประกอบ+โค้ดโปรแกรม
http://www.mediafire.com/?ewmwzdw33mz [2.35 MB]

ไฟล์เว็บใช้อ้างอิงในการทำโครงงานทั้งหมด(ส่วนมาก save มาจากเว็บเป็นไฟล์ html)
http://www.mediafire.com/?zzjdzittywf [63.33 MB]

Propellor Clock V2 : แบบเสนอโครงการ

image

 

โครงงานนี้เป็นภาคต่อจาก Propellor Clock V2 ครับ ได้รับมอบหมายจาก อ. คนเดิม ให้ปรับปรุงแก้ไขใหม่
ผมขออ้างอิงข้อมูลจากรายงานของผมเลยละกัน

Propellor Clock คือ นาฬิกาที่สามารถแสดงผลเป็นแบบตัวเลขหรือแบบเข็มหรือแม้แต่ข้อความ เพียงแต่ต้องใช้การหมุนเพื่อให้สามารถมองเห็น หัวใจสำคัญของนาฬิกาแบบนี้คือ ไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ซึ่งเป็นตัวควบคุมการทำงานของวงจรทั้งหมด

สำหรับใน Version 2 นี้เป็นการพัฒนาจาก Version 1 โดยได้ทำการปรับปรุงวงจรและหลายๆส่วนดังนี้
1. เปลี่ยนวงจรใหม่ ให้สามารถแสดงผลได้ทั้งแบบตัวเลข(Digital) แบบเข็ม(Analog)โดยใช้ MCU เบอร์ PIC16F84A-20 (20 ก็คือ ใช้งานที่ความถี่ไม่เกิน 20 MHz)
2. เปลี่ยนหลักการในการจ่ายไฟให้วงจรที่กำลังหมุนอยู่ โดยเปลี่ยนจากการใช้หน้าสัมผัสทองแดงเป็นการใช้ขดลวดในการจ่ายไฟ คล้ายกับหลักการของ Inverter
3. ปรับปรุงเรื่องการตั้งเวลาที่สามารถตั้งเวลาได้ ขณะที่วงจรกำลังหมุนอยู่
4. เปลี่ยนการแสดงผลให้อยู่ในแนวตั้ง
5. ปรับปรุงเรื่องการระบายความร้อน โดยใช้ฮีทซิ้งและพัดลมระบายความร้อน

ไฟล์ของแบบเสนอผมอัพขึ้น Scribd หมดแล้ว สามารถไปอ่านหรือดาวน์โหลดได้เลยครับ
1. แบบเสนอโครงงาน PropellorClock V2 – ปก
2. แบบเสนอโครงงาน PropellorClock V2 – โครงการ
3. แบบเสนอโครงงาน PropellorClock V2 – เอกสาร2
4. แบบเสนอโครงงาน PropellorClock V2 – เอกสาร5
5. แบบเสนอโครงงาน PropellorClock V2 – Propeller Clock
6. แบบเสนอโครงงาน PropellorClock V2 – Propellor clock2

Propellor Clock V1 ตอนที่ 5 : ดาวน์โหลดเอกสารประกอบโครงงาน

บทความนี้จะเป็นการรวบรวมงานและไฟล์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ
การสร้างโครงงานนี้ทั้งหมดครับ

Download ข้อมูลและเอกสารการทำโครงงาน
Link 1 : 4Shared

คู่มือ Propellor Clock v1 Full - Know2Pro.com by namtenonu

Propellor Clock V1 ตอนที่ 4 : ข้อมูลและรายละเอียดสร้างวงจร

ในบทความนี้เป็นรายละเอียดและขั้นตอนการสร้างครับและเพื่อไม่ให้บทความนี้ใช้เวลาในการเขียนมากเกินไปผมเลย
เอาข้อมุลมาจากคู่มือของโครงงาน ซึ่งเป็นคู่มือที่ทำส่งอาจารย์ตอนวันส่งโครงงานครับ

“Propeller Clock” Mechanically Scanned LED Clock
เป็นนาฬิกาที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์เบอร์ PIC16F84A เป็นตัวควบคุมวงจร โดยจะมีการส่งข้อมูลซึ่งจะส่งออกไปทีละคอลัมน์ ซึ่งแต่ละคอลัมน์จะแสดงผลไล่เลี่ยกัน โดยการหน่วงเวลา ทำให้เราสามารถมองเห็นตัวเลขในขณะที่กำลังหมุนได้ ตัวสำคัญอีกตัวหนึ่งของวงจรก็คือตัวจับจังหวะวงจร จะแบ่งได้เป็น 2 แบบหลักๆก็คือ
ตัวจับจังหวะจากไฟที่ไปเลี้ยงมอเตอร์
ตัวจับจังหวะจากตัวรับ-ส่งอินฟาเรด

ซึ่งในคู่มือนี้จะนำมาแสดงให้ได้เห็นทั้ง 2 แบบเพื่อแสดงถึงความแตกต่างและยากง่ายในการทำ
แบบที่ 1 ใช้การจับจังหวะจากไฟที่ไปเลี้ยงมอเตอร์

 

image

imageimage

อุปกรณ์ที่ใช้เป็นตัวหมุนก็คือ หัววิดีโอเทป ซึ่งค่อนข้างหายาก และการต่อสายไฟออกมาใช้งานก็ยากด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงมีการใช้ตัวมอเตอร์พัดลมขนาดเล็ก 12 V เพื่อมาทดแทนหัววิดีโอเทป

image
ลักษณะของพัดลมที่ใช้


โดยการส่งไฟไปให้บอร์ดนั้นจะใช้การต่อจากแกนของมอเตอร์ที่เคลื่อนที่ ซึ่งจะมีจุดต่อจำนวน 3 จุด ในการหมุนแต่ละรอบจะเกิดไฟที่จุดใดจุดหนึ่งใน 3 จุดนั้น ดังนั้นเมื่อมอเตอร์หมุนก็จะเกิดไฟส่งไปให้วงจรตลอดเวลา วงจรจึงทำงาน

image

แกนของมอเตอร์และสายไฟทั้ง 3 เส้น

เมื่อต่อสายไฟได้ครบทั้ง 3 เส้นแล้วก็ต้องนำสายทั้ง 3 เส้นออกจากมอเตอร์เพื่อนำไปต่อกับแผ่นวงจร โดยจะใช้ชุดลูกปืนซึ่งมีทางด้านหลังของมอเตอร์ แล้วเปลี่ยนแกนเหล็กนั้นเป็นแกน พลาสติก เจาะรู 3 รู แกนพลาสติกนี้จะหมุนไปพร้อมกับแกนมอเตอร์จึงทำให้ไฟจากสาย 3 เส้น สามารถส่งไฟไปให้แผ่นวงจรที่กำลังหมุนอยู่ จึงทำให้วงจรทำงาน

image
ชุดลูกปืน

 

สำหรับวงจรนาฬิกาแบบนี้ที่จะขาดไม่ได้ก็คือ ตัวจับจังหวะวงจร เพราะหากไม่มีก็ไม่สามารถแสดงตัวเลขออกมาให้เห็นได้ สำหรับวงจรที่ใช้การจับจังหวะจากมอเตอร์ จะใช้ตัวต้านทานจับจังหวะ ขณะที่มอเตอร์หมุนก็จะมีสายไฟ 1 เส้นที่ส่งไฟไปให้วงจรทำงาน ซึ่งไฟที่ได้พร้อมกันนี้ก็จะถูกส่งเข้าตัวจับจังหวะ เพื่อเป็นสัญญาณให้วงจรแสดงผลออกมา เราสามารถเปรียบเทียบตัวจับจังหวะนี้ได้กับ การกดสวิตช์เพื่อเป็นสัญญาณอินพุตให้วงจรทำงาน

image
ตัวจับจังหวะที่ใช้ตัวต้านทาน 10 k

แบบที่ 2 ใช้การจับจังหวะจากตัวส่ง-รับอินฟาเรด
ในแบบนี้จะแตกต่างจากแบบแรกอยู่ 2 จุดคือ จุดของแหล่งจ่ายไฟและจุดของตัวจับจังหวะ
ในวงจรนี่ต้องแยกตัวจับจังหวะและแหล่งจ่ายไฟออกจากกัน เพื่อป้องกันไม้ให้วงจรทำงานผิดพลาด ดังนั้นวงจรในแบบนี่จะได้เปรียบในเรื่องของแหล่งจ่ายไฟที่สามารถใช้ไฟสูงๆป้อนเข้าวงจร โดยไม่ทำให้อุปกรณ์เสียหาย ดังนั้นเราจึงสามารถควบคุมความเร็วของมอเตอร์ที่ใช้เพื่อให้การแสดงผลของตัวเลขชัดเจนมากขึ้น ในการควบคุมแรงดันที่ไปจ่ายจากวงจรจะใช้ไอซีเรกูเลเตอร์

image


ส่วนของแหล่งจ่ายไฟ

จะสังเกตเห็นได้ว่าวงจรยังคงรับไฟจากมอเตอร์โดยใช้สายไฟทั้ง 3 เส้นเช่นเดิม แต่มีไอซีเพื่อควบคุมแรงดันให้วงจรคงที่ 5 โวลต์ ทำให้ถึงแม้มีไฟที่มากกว่าจ่ายมาก็จะไม่ทำให้วงจรเสียหาย
ในส่วนของตัวจับจังหวะที่ใช้อินฟราเรด โดยให้ตัวส่งและตัวรับอยู่ใกล้ๆกัน แล้วเว้นช่องว่างเพื่อให้มีการตัดสัญญาณ เมื่อตัวรับและตัวส่งทำงานโดยปราศจากตัวกั้นจะทำให้ได้

image

ส่วนของตัวจับจังหวะ

สัญญาณออกจากทรานซิสเตอร์เป็น “0” ซึ่งจะมีผลให้วงจรไม่ส่งตัวเลขออกมาแสดงผล แต่เมื่อมีตัวกั้นไม่ให้ตัวรับทำงาน ก็จะมีผลให้สัญญาณที่ได้เป็น “1” ส่งให้ขาอินพุตของ MCU จากนั้นก็จะมีการส่งตัวเลขออกมาทีละ 1 คอลัมน์ อย่างนี้ แต่ในการส่งตัวเลขออกไปแสดงผลแต่ละครั้ง จะมี

image

การหน่วงเวลาเพื่อให้คอลัมน์แต่ละอันออกมาแสดงผลไล่เลี่ยกัน จนกลายเป็นตัวเลขที่มองเห็นได้

image

image

ผลงานจริง
จากการศึกษาข้อมูลของวงจรนาฬิกาทั้งในประเทศและต่างประเทศทำให้พบปัญหาและอุปสรรคในการสร้างดังนี้
1. การส่งไฟไปให้บอร์ดตัวเลขที่ยึดกับแกนมอเตอร์ (อันนี้เรื่องใหญ่ใหญ่สุด)
2. การเซ็นเซอร์เพื่อเป็นตัวกำหนด index จุดเริ่มต้นของตัวอักษรหรือตัวเลข ไม่งั้นโชว์มั่ว
3. ความสว่างของ LED แม้จะใช้ซุปเปอร์ไบร้ท์แล้วก็ตาม
การแก้ปัญหา
1. ใช้การส่งไฟจากหน้าสัมผัสโดยใช้แผ่นทองแดงเป็นวัสดุ เพื่อส่งไฟไปให้แผ่นวงจรที่กำลังหมุนอยู่ จากการทดลองได้ทดลองใช้แผ่นอะลูมิเนียมบางซึ่งสามารถดัดให้โค้งได้ง่ายกว่า แต่มีปัญหาในเรื่องความเสถียรของไฟ เพราะหน้าสัมผัสจะทำให้เกิดคราบดำและยังเป็นตัวต้านทำให้ความเร็วรอบของมอเตอร์ช้าลงมีผลให้มอเตอร์ทำงานหนักมาก ภายหลังได้ใช้แผ่นทองแดงซึ่งทำให้ปัญหาต่างๆเหล่านี้เบาบางลง มีผลให้วงจรทำงานได้เสถียรขึ้นและคงที่พอสมควร

image

2. การเซ็นเซอร์มีหลายแบบทั้งใช้โฟโต้ทรานซิสเตอร์ /hallsenror/หรีดรีเรย์และแม่เหล็กถาวร ผมเลือกวิธีแรก เพราะว่าสะดวกติดตั้งล่ายและที่สำคัญราคาถูก
3. ผมแก้ความสว่างของ LED โดยเพิ่มทรานซิสเตอร์ไดร้ท์เข้าไปอีก 7 ตัว ใช้แบบ PNP เบอร์ BC557
จากปัญหาและการแก้ไขทำให้ได้วงจรที่เหมาะสมซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
รายการอุปกรณ์
ไอซี
- PIC16F84A 1 ตัว

image

- 7805 1 ตัว

image

ทรานซิสเตอร์
- BC557(PNP) 7 ตัว
- BC547(NPN) 1 ตัว

image

ไดโอด
- 1N4001 5 ตัว
คริสตอล 4.00MHz 1 ตัว
LED SUPER-Bright 7 ตัว

image

แผ่นวงจรเอนกประสงค์ 1 แผ่น

image

ตัวต้านทาน
- 47 โอห์ม 7 ตัว
- 270 โอห์ม 1 ตัว
- 10 กิโลโอห์ม 14 ตัว
ตัวเก็บประจุ
- 470 uF 16V 1 ตัว
- 100 uF 16V 1 ตัว
- 0.1 uF 50V 1 ตัว
- 33 pF 50V 1 ตัว
แบตเตอรี่กระดุมแบบลิเทียม(Li) 1 ก้อน
มอเตอร์วิทยุเทป 12 Vdc

image


ประกอบวงจร
เนื่องจากวงจรดังภาพมีความซับซ้อนไม่มากนักจึงเลือกใช้แผ่นวงจรเอนกประสงค์ หลังจากประกอบแล้วจะได้ลักษณะดังภาพ

image

image
ในการต่อวงจรต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เพราะถ้าหากต่อผิดไปเพียงจุดเดียววงจรอาจจะไม่ทำงาน หรือเกิดความเสียหายขึ้นกับวงจรได้ เมื่อต่อวงจรหลักที่มีไมโครคอนโทรลเลอร์แล้ว ก็ต้องมาต่อวงจรLED superbright สีเขียว 7 หลอดเข้ากับแผ่นวงจรอีกทีหนึ่ง จากนั้นจึงนำแผ่นวงจรทั้ง 2 มาต่อกันให้ได้ลักษณะดังภาพ

imageimage
ต่อมาให้นำสายไฟมาเชื่อมในส่วนของวงจรหลักกับตัว LED ให้ครบทุกเส้น
ถัดไปให้ต่อตัวจับจังหวะซึ่งก็คือตัวส่งและตัวรับอินฟราเรด โดยการติดตั้งให้เป็นดังภาพคือหันหน้าเข้าหากันเพื่อให้แสงอินฟราเรดส่งถึงกันตลอดเวลา ข้อควรระวังในการใช้ตัวส่ง – รับ อินฟาเรดก็คือ ทั้งตัวรับตัวส่งเมื่อซื้อมาสามารถเป็นได้ทั้งสีดำและใส ก่อนนำมาใช้งานควรทำการตรวจวัดให้แน่ใจเสียก่อนว่าตัวไหนเป็นตัวรับตัวส่ง โดยการวัดให้วัดเช่นเดียวกับไดโอดหรือ LED ทั่วไป หากเป็นตัวส่งการวัดที่ได้จะเหมือนกับ LED แต่ถ้าวัดแล้วเข็มไม่กระดิกเลยแสดงว่าเป็นตัวรับ ในการใช้จริงควรใช้แบบสีดำทั้งคู่เพื่อป้องกันการรบกวนจากแสงภายนอก
หลังจากประกอบวงจรเสร็จทั้งหมดแล้ว ต่อมาก็ต้องมาทำในส่วนมอเตอร์ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญอีกส่วนหนึ่งเพราะว่าเป็นส่วนที่ส่งไฟไปให้วงจร โดยจะใช้มอเตอร์เทปขนาด 12 โวลต์และตัวยึดดอกสว่านเจาะปริ๊นแบบทองเหลือง(ราคาไม่ถึง 20 บาท) และแผ่นทองแดงหรือทองเหลืองเพื่อมาทำเป็นเป็นหน้าสัมผัสเพื่อส่งไฟไปให้วงจรข้างบน

image

โดยการทำต้องนำแผ่นทองแดงมาตัดให้ได้ขนาด 2 แผ่น ก่อนอื่นให้ใช้แผ่นพลาสติกหรือเทปกาวมาปิดแกนของตัวยึดดอกสว่านก่อน เพื่อป้องกันการชอร์ต จากนั้นให้นำทองแดงที่ตัดมาแล้วนำมาพันบนแกน ปรับขนาดของแผ่นให้ดี
ต่อมาให้นำเส้นลวดทองแดงขนาดเล็กมาลอดใต้แผ่นทองแดงทั้ง 2 แผ่นโดยลวดที่ใช้นี้จะมี 2 เส้นเอาปลายของลวดมาบัดกรีเข้ากับแผ่นทองแดงให้แน่นและราบเรียบที่สุด เมื่อแน่ใจแล้วให้นำแผ่นทองแดงทั้ง 2 เส้นมายึดเข้ากับแกนทองเหลืองที่ได้เตรียมไว้ตั้งแต่ต้น โดยใช้กาวตราช้างติดให้แน่นหรืออาจจะใช้กาวปืนย้ำเพื่อให้แน่นอีกก็ได้
หลังจากยึดจนแน่นแล้ว ให้ทำการวัดทดสอบว่าสายและแผ่นทองแดงสื่อถึงกันหรือไม่ โดยใช้มัลติมิเตอร์วัด

image

หลังจากทำแกนเสร็จแล้ว จะมีลวดทองแดง 2 เส้นที่ได้บัดกรีไปแล้วด้านหนึ่งส่วนอีกด้าน จะนำมาต่อเข้ากับแผ่นวงจรต่อไป
ขั้นตอนต่อมาให้นำแผ่นไม้หรือวัสดุอื่นๆมาทำเป็นฐานรองบนแกนทองเหลืองเพื่อใช้เป็นตัวรองแผ่นวงจร ต้องยึดให้แน่นกับแกนเพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นวงจรหลุดออกขณะที่กำลังหมุนอยู่
ต่อมาให้ใช้แผ่นทองแดงดังภาพ(แกะออกมาจากรถแข่ง)มาทำเป็นแปรงสัมผัสซึ่งต้องต่อให้สัมผัสกับแผ่นทองแดงบนแกนที่ได้ทำไว้ให้มากที่สุด เพื่อทำให้วงจรมีเสถียรภาพในการทำงานไม่รีเซ็ตเอง เพราะหากแผ่นทองแดงสัมผัสกันไม่สนิทพอก็จะทำให้ไฟที่จ่ายให้วงจรขาดไป เลยทำให้วงจรรีเซ็ตตลอดเวลา
หลังจากที่เราได้ทำส่วนของการจ่ายไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็มาถึงการการนำวงจรมาต่อเข้ากับตัวมอเตอร์ โดยสามารถต่อในลักษณะดังภาพหรือแบบอื่นๆตามเหมาะสม

image

เมื่อประกอบเสร็จแล้วให้ต่อสายไฟ(ลวดทองแดงทั้ง 2 เส้น)เข้ากับวงจร ในส่วนสุดท้ายก็จะเป็นการปรับตัวเซนเซอร์อินฟราเรดเพื่อให้วงจรทำงานได้อย่างถูกต้อง โดยจะต้องมีตัวตัดแสงซึ่งใช้แผ่นพลาสติกขนาดบาง(บัตรเติมเงิน) มาทำ ดังภาพ

image

image
การทดสอบ
หลังจากที่เราประกอบวงจรจนเสร็จเรียบร้อบแล้ว และได้เบิร์นโค้ดที่ได้ดาวน์โหลดลงไอซีแล้ว ก็มาถึงการทดลองวงจรเพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาต่างๆ
ก่อนอื่นให้หาภาคจ่ายไฟขนาด 12 Vdc หรือตัวอแดปเตอร์ ซึ่งหากมีตัวเลือกแรงดันก็จะยิ่งดีเพราะทำให้การตรวจสอบหลากหลายมากขึ้น ให้จ่ายไฟเข้าที่แปรงทองแดงซึ่งต้องต่อสายไฟออกมา 2 เส้นหลังจากที่จ่ายไฟเข้าไปแล้ว จะมีไฟกระพริบออกจาก LED 1ทุกดวง 1 ครั้ง นั่นแสดงว่าวงจรทำงานแล้วแต่ถ้าไม่มีหรือมีไม่ครบก็ไม่ต้องตกใจเพราะว่าวงจรอาจจะยังทำงานไม่สมบูรณ์ก็ได้
ต่อมาให้ต้อไฟเข้ากับมอเตอร์ ขั้นแรกให้จ่ายไฟน้อยๆก่อนเพื่อดูว่ารอบของมอเตอร์เหมาะสมหรือไม่แล้วจึงค่อยปรับเพิ่มแรงดัน หากเห็นไฟที่ออกจาก LED เป็นตัวเลข 12 : 00 แสดงว่าวงจรทำงานไปขึ้นหนึ่งแล้ว แต่ถ้าแสดงผลออกมาเป็นในลักษณะอื่นที่ไม่ใช่ตัวเลข ก็ให้หยุดจ่ายไฟให้มเตอร์ก่อนเพื่อให้มอเตอร์หยุดหมุน แต่อย่าพึ่งถอดยาไฟออกจากแปรงสัมผัส ให้หาสายไฟมาต่อที่ขา 4 และ 5 ของไอซีเข้าด้วยกันเพื่อเป็นการรีเซ็ตวงจร จากนั้นจึงต่อไฟให้มอเตอร์ใหม่อีกครั้ง ก็จะได้ตัวเลขลักษณะดังภาพ

image

ถ้าหากไม่ปรากฏตัวเลขหรือไฟออกเลย แสดงว่าวงจรไม่ถูกต้องหรือต่อไม่ถูก ต้องไปตรวจเช็ควงจรทีละส่วนตั้งแต่ภาคจ่ายไฟ ตัวไอซี ภาคแสดงผล ว่าทำงานหรือไม่รวมทั้งตัวจับจังหวะ
ถ้าหากว่าวงจรทำงานเห็นเป็นตัวเลขแล้วให้หยุดจ่ายไฟให้มอเตอร์ แล้วทดลองกดปุ่มตั้งเวลาทั้ง 3 ปุ่ม จากนั้นจึงจ่ายไฟให้มอเตอร์ทำงาน ดูตัวเลขที่ได้ว่ายังปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนไปแสดงว่าวงจรทำงานสมบูรณ์แล้ว

image

ในส่วนที่เหลือก็เป็นการติดตั้งวงจรและตัวมอเตอร์กับฐานรอง ซึ่งสามารถทำได้หลายๆแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของวงจรและการส่ายของมอเตอร์ ในการตั้งเวลาของวงจรอาจจะมาสะดวกนัก เพราะต้องหยุดไม่ให้มอเตอร์หมุนก่อนจึงจะปรับตั้งได้
สำหรับวงจรนี้สามารถนำไปดัดแปลงให้แสดงตัวเลขวินาทีก็ได้หรือจะแสดงเป็นตัวอักษร
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน

image

ภาพวงจร Propellor Clock  ไม่รวมภาคจ่ายไฟภายนอก

Propellor Clock V1 ตอนที่ 3 : ส่งแบบเสนอโครงงาน

หลังจากหาข้อมูลเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเสนอหัวข้อให้ อ. ครับ
เอกสารชิ้นนี้ผมทำเองครับ ไม่มีรูปแบบหรือว่าตะวอย่างที่ไหนให้ดูเลย
อ. เองก็ไม่ได้บอกหรือตำหนิอะไรผม
ทั้งที่จริงๆแล้วสถาบันอื่น จะมีรูปแบบที่เป้นทางการกว่านี้
ซึ่งผมก็มารู้ทีหลังก็ตอนที่มาเรียน ป.ตรี นี่แหละครับ
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารชิ้นนี้ได้ครับ
วิธีดาวน์โหลดคือ ให้กด More แล้วเลือก save document ครับ
แบบเสนอ Propeller Clock V1 Full

แบบเสนอ Propeller Clock V1 Full - Know2Pro.com by namtenonu