Slider[Style1]

Style2

Style3[OneLeft]

Style3[OneRight]

Style4

Style5[ImagesOnly]

Style6

Propellor Clock V1 ตอนที่ 5 : ดาวน์โหลดเอกสารประกอบโครงงาน

บทความนี้จะเป็นการรวบรวมงานและไฟล์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ
การสร้างโครงงานนี้ทั้งหมดครับ

Download ข้อมูลและเอกสารการทำโครงงาน
Link 1 : 4Shared

คู่มือ Propellor Clock v1 Full - Know2Pro.com by namtenonu

Propellor Clock V1 ตอนที่ 4 : ข้อมูลและรายละเอียดสร้างวงจร

ในบทความนี้เป็นรายละเอียดและขั้นตอนการสร้างครับและเพื่อไม่ให้บทความนี้ใช้เวลาในการเขียนมากเกินไปผมเลย
เอาข้อมุลมาจากคู่มือของโครงงาน ซึ่งเป็นคู่มือที่ทำส่งอาจารย์ตอนวันส่งโครงงานครับ

“Propeller Clock” Mechanically Scanned LED Clock
เป็นนาฬิกาที่ใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์เบอร์ PIC16F84A เป็นตัวควบคุมวงจร โดยจะมีการส่งข้อมูลซึ่งจะส่งออกไปทีละคอลัมน์ ซึ่งแต่ละคอลัมน์จะแสดงผลไล่เลี่ยกัน โดยการหน่วงเวลา ทำให้เราสามารถมองเห็นตัวเลขในขณะที่กำลังหมุนได้ ตัวสำคัญอีกตัวหนึ่งของวงจรก็คือตัวจับจังหวะวงจร จะแบ่งได้เป็น 2 แบบหลักๆก็คือ
ตัวจับจังหวะจากไฟที่ไปเลี้ยงมอเตอร์
ตัวจับจังหวะจากตัวรับ-ส่งอินฟาเรด

ซึ่งในคู่มือนี้จะนำมาแสดงให้ได้เห็นทั้ง 2 แบบเพื่อแสดงถึงความแตกต่างและยากง่ายในการทำ
แบบที่ 1 ใช้การจับจังหวะจากไฟที่ไปเลี้ยงมอเตอร์

 

image

imageimage

อุปกรณ์ที่ใช้เป็นตัวหมุนก็คือ หัววิดีโอเทป ซึ่งค่อนข้างหายาก และการต่อสายไฟออกมาใช้งานก็ยากด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงมีการใช้ตัวมอเตอร์พัดลมขนาดเล็ก 12 V เพื่อมาทดแทนหัววิดีโอเทป

image
ลักษณะของพัดลมที่ใช้


โดยการส่งไฟไปให้บอร์ดนั้นจะใช้การต่อจากแกนของมอเตอร์ที่เคลื่อนที่ ซึ่งจะมีจุดต่อจำนวน 3 จุด ในการหมุนแต่ละรอบจะเกิดไฟที่จุดใดจุดหนึ่งใน 3 จุดนั้น ดังนั้นเมื่อมอเตอร์หมุนก็จะเกิดไฟส่งไปให้วงจรตลอดเวลา วงจรจึงทำงาน

image

แกนของมอเตอร์และสายไฟทั้ง 3 เส้น

เมื่อต่อสายไฟได้ครบทั้ง 3 เส้นแล้วก็ต้องนำสายทั้ง 3 เส้นออกจากมอเตอร์เพื่อนำไปต่อกับแผ่นวงจร โดยจะใช้ชุดลูกปืนซึ่งมีทางด้านหลังของมอเตอร์ แล้วเปลี่ยนแกนเหล็กนั้นเป็นแกน พลาสติก เจาะรู 3 รู แกนพลาสติกนี้จะหมุนไปพร้อมกับแกนมอเตอร์จึงทำให้ไฟจากสาย 3 เส้น สามารถส่งไฟไปให้แผ่นวงจรที่กำลังหมุนอยู่ จึงทำให้วงจรทำงาน

image
ชุดลูกปืน

 

สำหรับวงจรนาฬิกาแบบนี้ที่จะขาดไม่ได้ก็คือ ตัวจับจังหวะวงจร เพราะหากไม่มีก็ไม่สามารถแสดงตัวเลขออกมาให้เห็นได้ สำหรับวงจรที่ใช้การจับจังหวะจากมอเตอร์ จะใช้ตัวต้านทานจับจังหวะ ขณะที่มอเตอร์หมุนก็จะมีสายไฟ 1 เส้นที่ส่งไฟไปให้วงจรทำงาน ซึ่งไฟที่ได้พร้อมกันนี้ก็จะถูกส่งเข้าตัวจับจังหวะ เพื่อเป็นสัญญาณให้วงจรแสดงผลออกมา เราสามารถเปรียบเทียบตัวจับจังหวะนี้ได้กับ การกดสวิตช์เพื่อเป็นสัญญาณอินพุตให้วงจรทำงาน

image
ตัวจับจังหวะที่ใช้ตัวต้านทาน 10 k

แบบที่ 2 ใช้การจับจังหวะจากตัวส่ง-รับอินฟาเรด
ในแบบนี้จะแตกต่างจากแบบแรกอยู่ 2 จุดคือ จุดของแหล่งจ่ายไฟและจุดของตัวจับจังหวะ
ในวงจรนี่ต้องแยกตัวจับจังหวะและแหล่งจ่ายไฟออกจากกัน เพื่อป้องกันไม้ให้วงจรทำงานผิดพลาด ดังนั้นวงจรในแบบนี่จะได้เปรียบในเรื่องของแหล่งจ่ายไฟที่สามารถใช้ไฟสูงๆป้อนเข้าวงจร โดยไม่ทำให้อุปกรณ์เสียหาย ดังนั้นเราจึงสามารถควบคุมความเร็วของมอเตอร์ที่ใช้เพื่อให้การแสดงผลของตัวเลขชัดเจนมากขึ้น ในการควบคุมแรงดันที่ไปจ่ายจากวงจรจะใช้ไอซีเรกูเลเตอร์

image


ส่วนของแหล่งจ่ายไฟ

จะสังเกตเห็นได้ว่าวงจรยังคงรับไฟจากมอเตอร์โดยใช้สายไฟทั้ง 3 เส้นเช่นเดิม แต่มีไอซีเพื่อควบคุมแรงดันให้วงจรคงที่ 5 โวลต์ ทำให้ถึงแม้มีไฟที่มากกว่าจ่ายมาก็จะไม่ทำให้วงจรเสียหาย
ในส่วนของตัวจับจังหวะที่ใช้อินฟราเรด โดยให้ตัวส่งและตัวรับอยู่ใกล้ๆกัน แล้วเว้นช่องว่างเพื่อให้มีการตัดสัญญาณ เมื่อตัวรับและตัวส่งทำงานโดยปราศจากตัวกั้นจะทำให้ได้

image

ส่วนของตัวจับจังหวะ

สัญญาณออกจากทรานซิสเตอร์เป็น “0” ซึ่งจะมีผลให้วงจรไม่ส่งตัวเลขออกมาแสดงผล แต่เมื่อมีตัวกั้นไม่ให้ตัวรับทำงาน ก็จะมีผลให้สัญญาณที่ได้เป็น “1” ส่งให้ขาอินพุตของ MCU จากนั้นก็จะมีการส่งตัวเลขออกมาทีละ 1 คอลัมน์ อย่างนี้ แต่ในการส่งตัวเลขออกไปแสดงผลแต่ละครั้ง จะมี

image

การหน่วงเวลาเพื่อให้คอลัมน์แต่ละอันออกมาแสดงผลไล่เลี่ยกัน จนกลายเป็นตัวเลขที่มองเห็นได้

image

image

ผลงานจริง
จากการศึกษาข้อมูลของวงจรนาฬิกาทั้งในประเทศและต่างประเทศทำให้พบปัญหาและอุปสรรคในการสร้างดังนี้
1. การส่งไฟไปให้บอร์ดตัวเลขที่ยึดกับแกนมอเตอร์ (อันนี้เรื่องใหญ่ใหญ่สุด)
2. การเซ็นเซอร์เพื่อเป็นตัวกำหนด index จุดเริ่มต้นของตัวอักษรหรือตัวเลข ไม่งั้นโชว์มั่ว
3. ความสว่างของ LED แม้จะใช้ซุปเปอร์ไบร้ท์แล้วก็ตาม
การแก้ปัญหา
1. ใช้การส่งไฟจากหน้าสัมผัสโดยใช้แผ่นทองแดงเป็นวัสดุ เพื่อส่งไฟไปให้แผ่นวงจรที่กำลังหมุนอยู่ จากการทดลองได้ทดลองใช้แผ่นอะลูมิเนียมบางซึ่งสามารถดัดให้โค้งได้ง่ายกว่า แต่มีปัญหาในเรื่องความเสถียรของไฟ เพราะหน้าสัมผัสจะทำให้เกิดคราบดำและยังเป็นตัวต้านทำให้ความเร็วรอบของมอเตอร์ช้าลงมีผลให้มอเตอร์ทำงานหนักมาก ภายหลังได้ใช้แผ่นทองแดงซึ่งทำให้ปัญหาต่างๆเหล่านี้เบาบางลง มีผลให้วงจรทำงานได้เสถียรขึ้นและคงที่พอสมควร

image

2. การเซ็นเซอร์มีหลายแบบทั้งใช้โฟโต้ทรานซิสเตอร์ /hallsenror/หรีดรีเรย์และแม่เหล็กถาวร ผมเลือกวิธีแรก เพราะว่าสะดวกติดตั้งล่ายและที่สำคัญราคาถูก
3. ผมแก้ความสว่างของ LED โดยเพิ่มทรานซิสเตอร์ไดร้ท์เข้าไปอีก 7 ตัว ใช้แบบ PNP เบอร์ BC557
จากปัญหาและการแก้ไขทำให้ได้วงจรที่เหมาะสมซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
รายการอุปกรณ์
ไอซี
- PIC16F84A 1 ตัว

image

- 7805 1 ตัว

image

ทรานซิสเตอร์
- BC557(PNP) 7 ตัว
- BC547(NPN) 1 ตัว

image

ไดโอด
- 1N4001 5 ตัว
คริสตอล 4.00MHz 1 ตัว
LED SUPER-Bright 7 ตัว

image

แผ่นวงจรเอนกประสงค์ 1 แผ่น

image

ตัวต้านทาน
- 47 โอห์ม 7 ตัว
- 270 โอห์ม 1 ตัว
- 10 กิโลโอห์ม 14 ตัว
ตัวเก็บประจุ
- 470 uF 16V 1 ตัว
- 100 uF 16V 1 ตัว
- 0.1 uF 50V 1 ตัว
- 33 pF 50V 1 ตัว
แบตเตอรี่กระดุมแบบลิเทียม(Li) 1 ก้อน
มอเตอร์วิทยุเทป 12 Vdc

image


ประกอบวงจร
เนื่องจากวงจรดังภาพมีความซับซ้อนไม่มากนักจึงเลือกใช้แผ่นวงจรเอนกประสงค์ หลังจากประกอบแล้วจะได้ลักษณะดังภาพ

image

image
ในการต่อวงจรต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ เพราะถ้าหากต่อผิดไปเพียงจุดเดียววงจรอาจจะไม่ทำงาน หรือเกิดความเสียหายขึ้นกับวงจรได้ เมื่อต่อวงจรหลักที่มีไมโครคอนโทรลเลอร์แล้ว ก็ต้องมาต่อวงจรLED superbright สีเขียว 7 หลอดเข้ากับแผ่นวงจรอีกทีหนึ่ง จากนั้นจึงนำแผ่นวงจรทั้ง 2 มาต่อกันให้ได้ลักษณะดังภาพ

imageimage
ต่อมาให้นำสายไฟมาเชื่อมในส่วนของวงจรหลักกับตัว LED ให้ครบทุกเส้น
ถัดไปให้ต่อตัวจับจังหวะซึ่งก็คือตัวส่งและตัวรับอินฟราเรด โดยการติดตั้งให้เป็นดังภาพคือหันหน้าเข้าหากันเพื่อให้แสงอินฟราเรดส่งถึงกันตลอดเวลา ข้อควรระวังในการใช้ตัวส่ง – รับ อินฟาเรดก็คือ ทั้งตัวรับตัวส่งเมื่อซื้อมาสามารถเป็นได้ทั้งสีดำและใส ก่อนนำมาใช้งานควรทำการตรวจวัดให้แน่ใจเสียก่อนว่าตัวไหนเป็นตัวรับตัวส่ง โดยการวัดให้วัดเช่นเดียวกับไดโอดหรือ LED ทั่วไป หากเป็นตัวส่งการวัดที่ได้จะเหมือนกับ LED แต่ถ้าวัดแล้วเข็มไม่กระดิกเลยแสดงว่าเป็นตัวรับ ในการใช้จริงควรใช้แบบสีดำทั้งคู่เพื่อป้องกันการรบกวนจากแสงภายนอก
หลังจากประกอบวงจรเสร็จทั้งหมดแล้ว ต่อมาก็ต้องมาทำในส่วนมอเตอร์ซึ่งเป็นส่วนที่มีความสำคัญอีกส่วนหนึ่งเพราะว่าเป็นส่วนที่ส่งไฟไปให้วงจร โดยจะใช้มอเตอร์เทปขนาด 12 โวลต์และตัวยึดดอกสว่านเจาะปริ๊นแบบทองเหลือง(ราคาไม่ถึง 20 บาท) และแผ่นทองแดงหรือทองเหลืองเพื่อมาทำเป็นเป็นหน้าสัมผัสเพื่อส่งไฟไปให้วงจรข้างบน

image

โดยการทำต้องนำแผ่นทองแดงมาตัดให้ได้ขนาด 2 แผ่น ก่อนอื่นให้ใช้แผ่นพลาสติกหรือเทปกาวมาปิดแกนของตัวยึดดอกสว่านก่อน เพื่อป้องกันการชอร์ต จากนั้นให้นำทองแดงที่ตัดมาแล้วนำมาพันบนแกน ปรับขนาดของแผ่นให้ดี
ต่อมาให้นำเส้นลวดทองแดงขนาดเล็กมาลอดใต้แผ่นทองแดงทั้ง 2 แผ่นโดยลวดที่ใช้นี้จะมี 2 เส้นเอาปลายของลวดมาบัดกรีเข้ากับแผ่นทองแดงให้แน่นและราบเรียบที่สุด เมื่อแน่ใจแล้วให้นำแผ่นทองแดงทั้ง 2 เส้นมายึดเข้ากับแกนทองเหลืองที่ได้เตรียมไว้ตั้งแต่ต้น โดยใช้กาวตราช้างติดให้แน่นหรืออาจจะใช้กาวปืนย้ำเพื่อให้แน่นอีกก็ได้
หลังจากยึดจนแน่นแล้ว ให้ทำการวัดทดสอบว่าสายและแผ่นทองแดงสื่อถึงกันหรือไม่ โดยใช้มัลติมิเตอร์วัด

image

หลังจากทำแกนเสร็จแล้ว จะมีลวดทองแดง 2 เส้นที่ได้บัดกรีไปแล้วด้านหนึ่งส่วนอีกด้าน จะนำมาต่อเข้ากับแผ่นวงจรต่อไป
ขั้นตอนต่อมาให้นำแผ่นไม้หรือวัสดุอื่นๆมาทำเป็นฐานรองบนแกนทองเหลืองเพื่อใช้เป็นตัวรองแผ่นวงจร ต้องยึดให้แน่นกับแกนเพื่อป้องกันไม่ให้แผ่นวงจรหลุดออกขณะที่กำลังหมุนอยู่
ต่อมาให้ใช้แผ่นทองแดงดังภาพ(แกะออกมาจากรถแข่ง)มาทำเป็นแปรงสัมผัสซึ่งต้องต่อให้สัมผัสกับแผ่นทองแดงบนแกนที่ได้ทำไว้ให้มากที่สุด เพื่อทำให้วงจรมีเสถียรภาพในการทำงานไม่รีเซ็ตเอง เพราะหากแผ่นทองแดงสัมผัสกันไม่สนิทพอก็จะทำให้ไฟที่จ่ายให้วงจรขาดไป เลยทำให้วงจรรีเซ็ตตลอดเวลา
หลังจากที่เราได้ทำส่วนของการจ่ายไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็มาถึงการการนำวงจรมาต่อเข้ากับตัวมอเตอร์ โดยสามารถต่อในลักษณะดังภาพหรือแบบอื่นๆตามเหมาะสม

image

เมื่อประกอบเสร็จแล้วให้ต่อสายไฟ(ลวดทองแดงทั้ง 2 เส้น)เข้ากับวงจร ในส่วนสุดท้ายก็จะเป็นการปรับตัวเซนเซอร์อินฟราเรดเพื่อให้วงจรทำงานได้อย่างถูกต้อง โดยจะต้องมีตัวตัดแสงซึ่งใช้แผ่นพลาสติกขนาดบาง(บัตรเติมเงิน) มาทำ ดังภาพ

image

image
การทดสอบ
หลังจากที่เราประกอบวงจรจนเสร็จเรียบร้อบแล้ว และได้เบิร์นโค้ดที่ได้ดาวน์โหลดลงไอซีแล้ว ก็มาถึงการทดลองวงจรเพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาต่างๆ
ก่อนอื่นให้หาภาคจ่ายไฟขนาด 12 Vdc หรือตัวอแดปเตอร์ ซึ่งหากมีตัวเลือกแรงดันก็จะยิ่งดีเพราะทำให้การตรวจสอบหลากหลายมากขึ้น ให้จ่ายไฟเข้าที่แปรงทองแดงซึ่งต้องต่อสายไฟออกมา 2 เส้นหลังจากที่จ่ายไฟเข้าไปแล้ว จะมีไฟกระพริบออกจาก LED 1ทุกดวง 1 ครั้ง นั่นแสดงว่าวงจรทำงานแล้วแต่ถ้าไม่มีหรือมีไม่ครบก็ไม่ต้องตกใจเพราะว่าวงจรอาจจะยังทำงานไม่สมบูรณ์ก็ได้
ต่อมาให้ต้อไฟเข้ากับมอเตอร์ ขั้นแรกให้จ่ายไฟน้อยๆก่อนเพื่อดูว่ารอบของมอเตอร์เหมาะสมหรือไม่แล้วจึงค่อยปรับเพิ่มแรงดัน หากเห็นไฟที่ออกจาก LED เป็นตัวเลข 12 : 00 แสดงว่าวงจรทำงานไปขึ้นหนึ่งแล้ว แต่ถ้าแสดงผลออกมาเป็นในลักษณะอื่นที่ไม่ใช่ตัวเลข ก็ให้หยุดจ่ายไฟให้มเตอร์ก่อนเพื่อให้มอเตอร์หยุดหมุน แต่อย่าพึ่งถอดยาไฟออกจากแปรงสัมผัส ให้หาสายไฟมาต่อที่ขา 4 และ 5 ของไอซีเข้าด้วยกันเพื่อเป็นการรีเซ็ตวงจร จากนั้นจึงต่อไฟให้มอเตอร์ใหม่อีกครั้ง ก็จะได้ตัวเลขลักษณะดังภาพ

image

ถ้าหากไม่ปรากฏตัวเลขหรือไฟออกเลย แสดงว่าวงจรไม่ถูกต้องหรือต่อไม่ถูก ต้องไปตรวจเช็ควงจรทีละส่วนตั้งแต่ภาคจ่ายไฟ ตัวไอซี ภาคแสดงผล ว่าทำงานหรือไม่รวมทั้งตัวจับจังหวะ
ถ้าหากว่าวงจรทำงานเห็นเป็นตัวเลขแล้วให้หยุดจ่ายไฟให้มอเตอร์ แล้วทดลองกดปุ่มตั้งเวลาทั้ง 3 ปุ่ม จากนั้นจึงจ่ายไฟให้มอเตอร์ทำงาน ดูตัวเลขที่ได้ว่ายังปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้าเปลี่ยนไปแสดงว่าวงจรทำงานสมบูรณ์แล้ว

image

ในส่วนที่เหลือก็เป็นการติดตั้งวงจรและตัวมอเตอร์กับฐานรอง ซึ่งสามารถทำได้หลายๆแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของวงจรและการส่ายของมอเตอร์ ในการตั้งเวลาของวงจรอาจจะมาสะดวกนัก เพราะต้องหยุดไม่ให้มอเตอร์หมุนก่อนจึงจะปรับตั้งได้
สำหรับวงจรนี้สามารถนำไปดัดแปลงให้แสดงตัวเลขวินาทีก็ได้หรือจะแสดงเป็นตัวอักษร
ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน

image

ภาพวงจร Propellor Clock  ไม่รวมภาคจ่ายไฟภายนอก

Propellor Clock V1 ตอนที่ 3 : ส่งแบบเสนอโครงงาน

หลังจากหาข้อมูลเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการเสนอหัวข้อให้ อ. ครับ
เอกสารชิ้นนี้ผมทำเองครับ ไม่มีรูปแบบหรือว่าตะวอย่างที่ไหนให้ดูเลย
อ. เองก็ไม่ได้บอกหรือตำหนิอะไรผม
ทั้งที่จริงๆแล้วสถาบันอื่น จะมีรูปแบบที่เป้นทางการกว่านี้
ซึ่งผมก็มารู้ทีหลังก็ตอนที่มาเรียน ป.ตรี นี่แหละครับ
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดเอกสารชิ้นนี้ได้ครับ
วิธีดาวน์โหลดคือ ให้กด More แล้วเลือก save document ครับ
แบบเสนอ Propeller Clock V1 Full

แบบเสนอ Propeller Clock V1 Full - Know2Pro.com by namtenonu

Propellor Clock V1 ตอนที่ 2 : หาข้อมูลและไอเดียก่อนทำ(2)

ต่อจากบทความคราวก่อนครับ
Propellor Clock V1 ตอนที่ 1 : หาข้อมูลและไอเดียก่อนทำ(1)
ในบทความก่อน ผมได้พูดถึงไอเดียในการทำโครงงานนี้ครับ
ว่ามาจากไหน หายังไง จนในที่สุดผมก็ได้วงจรที่ผมจะทำเป็นโครงงาน
แต่ปัญหาที่ผมค่อยๆค้นพบก็คือ
- การจ่ายไฟให้กับวงจรที่หมุนอยู่ตลอดเวลา
- ใช้มอเตอร์แบบไหน ที่หามาก็จะมี ใช้มอเตอร์เทป มอเตอร์พัดลม มอเตอร์หัววิด๊โอเทป
เข็ม Harddisk
- ยังไม่เข้าใจการจับจังหวะของวงจร ว่าจะให้เลขมันออกมาตอนหมุนยังไง

ยังไงก็ตามมาดูรายละเอียดเพิ่มเติมครับ
คราวก่อนมีสมาชิก 1 ท่านที่ช่วยตอบปัญหาให้ผมอยู่ตลอด ซึ่งผมเองก็ขี้สงสัยเลยถามไปตลอดเช่นกัน
ก็คือ คุณboom จนวันหนึ่งคุณ boom ก็ได้ลงภาพ propellor clock ที่ได้สร้างเอง โครงสร้างเป้นแบบ
แนวตั้ง ทำให้มีปัญหาเรื่องการแกว่งน้อยลงครับ ดูจากฐานแล้วผมว่าคล้ายๆกับฐานเตารีดยังไงชอบกล

image


image

image

image

image

image

image

หลังจากที่เห็นรูปทั้งหมดแล้ว คำถามที่ยังค้างในใจผมก้ยังอยู่ครับ
นั่นก็คือ แล้วจะส่งไฟไปให้บอร์ดยังไง ดูจากรูปด้านบนจะเห็นแค่ สายไฟสีแดงสองเส้น
ที่ต่อจากมอเตอร์มาที่บอร์ดครับ
คำถามที่ว่านี้ถีงแม้ว่าคุณ boom จะตอบแล้ว แต่ผมเองก็ยังไม่เข้าใจ จึงไม่ได้ใช้วิธีนี้ในการทำ
โครงงานครับ
แต่หลังจากนั้นไม่นานผมก็ไปเจอเว็บที่ไขข้อข้องใจของผมครับ
http://www.metricmind.com/clock/clock.htm
จากภาพจะเห็นเลยครับว่า การต่อไปจากภายนอกเข้ามาที่วงจร ทำกันยังไง
อุปกรณ์สำคัญก็คือ พัดลมขนาดเล็กที่ใช้ไฟ 12 VDC ครับ
พัดลมแบบนี้ผมลองไปหาดูแล้ว ราคาจะประมาณ 300-400 บาท

image
– แกะพัดลมแยกออกเป็นส่วนๆ

image

- ส่วนสำคัญอยู่ที่แกนมอเตอร์ครับ

image

- นี่ไงครับ การแก้ปัญหาคือใช้สายไฟขนาดเล็กต่อกับแผ่นทองแดง
บริเวณแปรงถ่าน ตรงนี้คงต้องระวังมากๆครับ
เพราะถ้าสายไฟหลุดอาจเกิดปัญหาใหญ่
ได้ครับ

image

image
- ปัญหาอีกอย่างก็คือ ต้องเอาสายไฟที่ต่อไว้แล้วออกมา
การแก้ปัญหาตรงนี้ ใช้การเจาะรูแกนโรเตอร์ อย่างที่เห็นในรูป 3 รูครับ

image

- แล้วก็ค่อยใช้สายไฟลอดรูที่ได้เจาะไว้

image
เท่านี้ก็สามารถส่งไฟไปให้วงจรได้แล้วครับ
แต่ว่าปัญหามันก็อยู่ตรงที่การเจาะรูนี่หละครับ ผมลองไปดูพัดลมอย่างที่ว่านี้ พอลองดูดีๆ
ตรงที่จะเจาะรูมันไม่มีครับ สรุปก็คือ ใช้วิธีไม่ได้
สุดท้ายแล้ววิธีที่ผมจะใช้ก็คือ ใช้หน้า contact แบบเดียวกับแปรงถ่านในมอเตอร์
เพื่อใช้ในการส่งไฟไปให้วงจรที่กำลังหมุนอยู่ครับ
คราวหน้าจะมาว่าต่อเรื่องการสร้างวงจรจริงๆครับ

Propellor Clock V1 ตอนที่ 1 : หาข้อมูลและไอเดียก่อนทำ(1)

โครงงานชิ้นนี้เป็นโครงงานตอนที่ผมอยู่ ปวส.ครับ ชื่อวิชา Pre-Project จริงๆแล้วมันก็คือวิชา Project
ดีๆนี่เองครับ
ไอเดียของการทำดครงงานนี้คือ อ. ให้ไปหาข้อมุลของโครงงานที่ยังไม่มีใครทำ 
จากนั้นผมก็ลองเข้า internet ตามประสาของคนยุคนี้ครับ google.com แน่นอน
ผมลองใช้ keyword อย่างเช่น โครงงาน อิเล็กทรอนิกส์ วงจร อะไรทำนองนี้แหละครับ
อยู่ๆก็ไปเจอเว็บ leksound.net ที่ดูครั้งแรกก็เหมือนกับว่าเป็นเว็บบอร์ดรวมช่างอิเล็กทั่วประเทศ
เพราะเห็นว่ามีความรู้ กระทู้ เกี่ยวกับเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ ที่มากหน่อยก็เป็นการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
ผมเองก็ไล่ดูไปเรื่อยๆครับ จนมาเจอที่กระทู้ หุ่นยนต์,ไฮเทค,pcb.
เข้าไปข้างในก็ไปเจอหัวข้อปักหมุดที่ชื่อว่า
ชวนเพื่อนช่างมาประดิษฐ์ไฟดิสเพลย์ไฮเทค
(ต้องสมัครสมาชิกก่อนนะครับ ถึงจะเข้าไปดูรูปที่โพสไว้ได้)
เนื้อหาที่อยู่ข้างในเป็นเรื่องเกี่ยวกับ propellor clock หลายๆแบบ

image

image

image

image

ที่ดูแล้วเข้าท่ามากที่สุดก็คือ นาฬิกาครับ ทั้งแบบเข็มและแบบตัวเลข
แต่ในตอนนั้นผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ เขียนแอสแซมบลีก็ไม่เป็น
ก็เลยได้แต่อ่านข้อความที่มีคนโพสไว้ บางทีก็เป็นคนถามซะเอง
user ที่ผมใช้คือ kaitim gass สงสัยอะไรผมก็จะเอามาถาม แล้วพออีกวันก็จะกลับมาดูคำตอบ
(ผมใช้ internet ของห้องสมุดครับ ตอนนั้นเป็นแบบ Fiber เร็วสุดๆ )
ดูไปเรื่อยๆผมก็พอสรุปสิ่งที่จะทำในโครงการนี้ได้ว่า
- เรื่อง Code ที่เป็น แอสแซมบลี ผมจะไม่ไปยุ่งเด็ดขาด เพราะว่าเขียนไม่เป้นแล้วก็คง
จะหาความรู้ไม่ทันแน่ๆ
- เรื่อง hardware อันนี้ผมถนัดที่สุด ดูคร่าวๆก็น่าจะมีตัวมอเตอร์ แผ่นวงจรหลักที่มี LED แหล่งจ่ายไฟ
ต่อมาผมก็มาเลือกว่าจะทำแบบไหน มีให้เลือกทั้งแบบแนวตั้วแนวนอน ผมเลือกจนตกลงว่าจะทำแบบนี้
http://www.bobblick.com/techref/projects/propclock/propclock.html
วงจรมีขนาดเล็กและน่าจะง่าย ก็เลยเลือกแบบนี้มาครับ

image

image

image

ที่เว็บนี้ก็มีให้ทั้ง code ทั้งวงจร ดูแล้วไม่น่าจะยากอะไร 
นอกจากวงจรนี้ผมก้ยังหาแบบอื่นเอาไว้เผื่อว่าจะเสนอโครงการไม่ผ่าน
แต่ก็เผื่อๆเอาไว้เท่านั้นครับ เพราะดูไปแล้วน่าจะสร้างยาก
- http://pierre.lando.free.fr/tentative/page1.html
แบบนี้ใช้เข้ม Harddisk มาสร้าง โอกาสสร้างน้อยมากครับ เพราะ HDD ตอนนั้นราคายังแพงมาก
แล้วอีกอย่างคือ ผมจะเอาอะไรมาตัด HDD อย่างในรูปหละครับ

image

image
- อันนี้คุณ คนนอก เป็นคนทำครับ สวนดีครับ แต่สังเกตดีๆนะครับ ว่าฐานรองมีขนาดใหญ่มาก
อันนี้ก็มาจากปัญหาการแกว่งของวงจรครับ ถ้าทำฐานเล็กๆวงจรก็จะล้มทันที

image

image
- จากรูป คุณคนนอกใช้ตัว PID เป้นตัวควบคุมครับ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปหาจากที่ไหน และจะเอามาต่อยังไงเลยข้ามวิธีนี้ไปครับ

image

- ต่อมาผมก็เจอวิธีป้อนไฟให้วงจร ผมเองลืมคิดไปว่าตอนวงจรทำงานมันจะหมุนตลอด เอาหละสิ
แล้วผมจะเอาไฟไปป้อนให้วงจรได้ยังไงกัน และแล้วก็มีคนคิดวิธีนี้มาครับ ใช้หน้า contact
แบบแปรงถ่านในมอเตอร์มาใช้ สุดท้ายในการทำงานโครงการจริงๆผมก้ใช้วิธีนี้ครับ
แต่ปัญหาคือเรื่องความร้อนจากการเสียดสี แล้วก็ความเสถียรครับเพราะหน้า contact
ที่ผมทำใช้แผ่นทองแดงมาต่อๆปะๆกันเอง

image

- ต่อมาก็มีช่างเล็กมาช่วยแก้ปัญหาเรื่องหน้าสัมผัสด้วยการใช้ capacitor มาต่อ
คร่อมระหว่างหน้าสัมผัส

image

- คุณ suvit@ms-kit เข้ามาแนะนำการสร้าง propellor clock อีกวิธีครับ

สวัสดีครับ นักทดลองทุกท่าน
นานๆจะได้เข้ามาที และโปรเจ็ค Propeller clock หรือนาฬิกาใบพัดนี้เป็นผลงานหนึ่งที่ผมสนใจทดลองทำเหมือนกัน ตอนแรกก็มีปัญหาหลายเรื่องๆคล้ายๆกับหลายคน แต่พอเริ่มศึกษาจากหลายๆเวปรวมความรู้เข้าด้วยกันทำให้มีความเข้าใจมากยิ่ง ขึ้น
ผมสรุปปัญหาใหญ่มีดังนี้
1 การส่งไฟไปให้บอร์ดตัวเลขที่ยึดกับแกนมอเตอร์ (อันนี้เรื่องใหญ่ใหญ่สุด)
2 การเซ็นเซอร์เพื่อเป็นตัวกำหนด index จุดเริ่มต้นของตัวอักษรหรือตัวเลข ไม่งั้นโชว์มั่ว
3 ความสว่างของ LED แม้จะใช้ซุปเปอร์ไบร้ท์แล้วก็ตาม
4 การควบคุมความเร็วมอเตอร์ให้รอบช้าลง แต่ยังคงมีแรงบิดสูงอยู่
5 การตั้งเวลา ไม่สะดวกที่จะต้องหยุดเครื่อง-เดินเครื่องเพื่อกดสวิตช์ตั้งค่าต่างๆ กว่าจะได้เวลาที่ต้องการ

การแก้คือ
ข้อ1 การส่งไฟทำได้ 2 วิธี คือต้องจ้างกลึงทองเหลืองโดยเฉพาะและยึดแบริ่งเล็กๆติดที่แกน อย่างที่เพื่อนๆทำกันอยู่ และใช้สปริงเหล็กกล้าเป็นตัว  สัมผัส(ผมใช้สปริงที่ดันก้นม้วนเทปจากแมคคานิคเทปเก่าๆ) ปัญหาจริงๆคือร้านกลึงทั่วไปไม่รับทำงานให้เพราะมันเล็กและเสียเวลา ผมจ้างทำ 1 ชุดแพงมากแถมยังไม่ได้ศูนย์ ทำให้ตัวเลขไม่นิ่ง และแบริ่ง(แหวนลูกปืน)หาซื้อยากด้วย และมีอีกวิธีที่จะสะดวกกว่าคือ ใช้หลักการของอินเวอร์เตอร์ โดยอาศัยการทำงานของขดลวดที่หมุนรอบตัวเอง 2 ชุด ผมกำลังทดลองอยู่โดยใช้ความถี่ 20 KH และ 200KH อยู่ว่าตัวใดจะเหมาะสม

image

image
ข้อ2 การเซ็นเซอร์มีหลายแบบทั้งใช้โฟโต้ทรานซิสเตอร์ /hallsenror/หรีดรีเรย์และแม่เหล้กถาวร ผมเลือกวิธีแรก
ข้อ3 ผมแก้ความสว่างของ LED โดยเพิ่มทรานซิสเตอร์ไดร้ท์เข้าไปอีก 7 ตัว และแก้ซ้อสโค้ดให้แสดงได้ 2 แบบ
ข้อ4 แต่เดิมผมใช้ LM317 เป็นตัวควบคุมแรงไฟมอเตอร์ แก้เป็นวงจรแบบ PWM โดยใช้ไอซี 555 ขับ 1 ตัว
ข้อ5 ผมเปลี่ยนจากสวิตช์เป็นอินฟาเรดแทนทั้ง 4 ตัว(เวอร์ชั่นที่ผมใช้ 4 ตัว LED 18 ตัว) ทำให้การตั้งเวลาทำได้ขณะตัวเลขหมุนอยู่ สะดวกกว่า
ตอนนี้ออกแบบปริ้นท์จริงไปแล้ว กลางเดือนมกราคม จะเอามาผลงานโชว์นะครับ ผมทำไว้ 4 เวอร์ชั่น

จากทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมาก็เป็นวิธีที่ผมใช้หาข้อมูลเพื่อใช้ในการทำโครงงานนี้ครับ
และเนื่องจากว่าข้อมูลมีความยาว ผมจึงขอยกยอดไปไว้ตอนนหน้าครับ